tone: existential dread, 3AM rant
up: rant
ระหว่างโซ้ยตี๋น้อย ผมก็สงสัยว่าถ้าเทคโนโลยีพัฒนาจนถึงขั้นที่ระบบสังคม ตลาดแรงงาน เศรษฐกิจ ตามไม่ทัน แต่เราก็ขาดมันไม่ได้ จนทุกอย่างล่มหมด มนุษย์จะผ่านพ้นวิกฤติแบบนั้นไปได้ยังไง
เราเกิดเร็วไปที่จะเห็นยุคที่ AI พัฒนาจนคุ้มทุนกว่า white labors 99% จนเศรษฐกิจพัง และทรัพยากรไม่พอใช้ในการหล่อเลี้ยงเทคโนโลยีที่มนุษย์เองเป็นคนสร้าง จนระบบการเมือง และสังคมแบบเดิมๆ รับความก้าวหน้าของเทคโนโลยีไม่ไหว
ด้านธรรมชาติ มนุษย์เรายังคงเป็นตัวแปรที่ให้ net negative ต่อสภาพแวดล้อมอยู่เสมอมา จนยุคนึง ภัยก็คงย้อนกลับมาถึงเหลนโหลนเรา
เทคโนโลยีจะเจริญสุดๆ AI จะมีประสิทธิภาพสุดๆ ทรัพยากรจะถูกผลาญสุดๆ เศรษฐกิจอาจฉิบหายกันหมด
ซักจุดๆ นึง มนุษย์เราคงไปถึงจุด balance ใหม่ ที่คงไม่เลวร้ายไปกว่านั้น
ผมอาจแค่อยู่นานพอจนเห็นเค้าลาง แต่คงไม่ได้ดวงซวยถึงขนาดเผชิญหน้ากับยุคที่ทุกอย่างพังลงด้วยเทคโนโลยีอะ
เราอยู่ในยุคที่งาน white labors เริ่มถูกแทนที่ด้วย AI จนตลาดงานดูย่ำแย่ก็จริง ถึงหลาย ๆ อย่างมันจะทำแทนคนได้ กับเทคโนโลยีช่วงนี้เปลี่ยนแปลงเร็วสุดๆ แบบไม่เคยมีมาก่อนก็ตาม แต่เราก็ยังมีความเชื่อว่า ถ้าจะให้พัฒนาจนดีกว่า specialist ของทุกสาขาวิชาชีพ แล้วจะให้คุ้มค่าด้านทรัพยากรด้วย ก็ยังคงต้องการ breakthrough ทางเทคโนโลยีอีกมากโข
แล้วเราก็เกิดเร็วเกินไปที่จะเห็นมนุษย์ชาติปรับตัวเข้ากับมันด้วยระบบหรือวิธีการบางอย่าง จนก้าวพ้น crisis นั้น
อาจมีระบบทางสังคมแบบใหม่ เพื่อแก้ปัญหาที่เราเองยังจินตนาการไม่ออก ด้วยวิธีที่เรายังจินตนาการไม่ออก
เหมือนคนยุคหินคนไหนจะคิดกัน ว่าในโลกหลังจากที่ตัวเองอยู่ซัก 5,000 ปี คนเราจะมีระบบเลือกตั้ง ระบบสภา ที่ใช้รถ ใช้เทคโนโลยีมาทำให้ระบบประชาธิปไตย์เป็นไปได้
เสียดายมาก ๆ ที่ไอ้วิธีการเอาตัวรอดจาก crisis ที่ว่า ตัวเราเอง หรือแม้แต่คนรุ่นลูกหลานเราคงอยู่ไม่ทันได้เห็นคำตอบนั้น
คนในยุคเราได้แต่จินตนาการ เขียนนิยายถึงมัน ถึงระบอบการปกครองในอนาคต แต่ความแม่นยำก็คงพอๆ กับภาพเขียนที่คนยุค 1900 จินตนาการถึงโลกยุค 2000
จดปัจจัย trigger ประเด็นนี้ไว้
เรามีมุมมองว่าตัวเองเป็น generation ที่มีชีวิตอยู่ในยุคสมัยที่ความเป็นอยู่กลางๆ
ไม่ได้เลวร้าย อยู่ในสงครามโลก หรือเจอกับช่วงเศรษฐกิจพัง
ไม่ได้ดีแบบสมัยที่คนหาโอกาส ขยันก็เป็นเศรษฐี เลี้ยงชีพ ซื้อบ้าน ใช้ชีวิต american dream
เราอยู่ในช่วงที่อาชีพ white labors เริ่มถูกแทนที่ด้วย AI
ถึงหลาย ๆ คนจะกลัวๆ กันก็เถอะว่ามันจะทำแทนงานใช้หัวของคนได้ทุกอย่าง แต่เราก็เชื่อนะว่า จุดที่มันจะแทนที่ white labors ทั้งหมดก็น่าจะไม่มาถึงเร็วๆ นี้ แม้เทคโนโลยีของโลกเราจะกระโดดไปเร็วมากๆ ช่วงนี้ก็ตาม
(ด้านความคุ้มค่าของทรัพยากร, ข้อจำกัดด้านเทคโนโลยี”เท่าที่เรารู้” จนกว่ามันจะมี breakthrough ฉลาดๆ โผล่มา ซึ่งก็คงอีกนาน แต่ซักวันคงมีแน่ เราเชื่อว่าคนเทพๆ รุ่นหลังจากเราเก่งกันพอ)
ตัวเองอาจเป็นคนไม่กี่ยุคสุดท้ายที่ยังต้องทำงานแบบ white labor อยู่
หลังจากนั้น เศรษฐกิจโลกก็อาจพัง
เกิดการตกงาน อนาคตของคนรุ่นเหลนโหลนของเราอาจไม่แน่นอนยิ่งกว่านี้
ด้านธรรมชาติ มนุษย์เราก็จะยังเป็น net negative ต่อสภาพแวดล้อมอยู่ จนยุคนึง ภัยก็จะย้อนกลับมาถึงเหลนโหลนเรา
เทคโนโลยีจะเจริญสุดๆ AI จะมีประสิทธิภาพสุดๆ ทรัพยากรจะถูกผลาญสุดๆ เศรษฐกิจอาจฉิบหายกันหมด
Balance ของโลกจะพังลง
ซักจุดๆ นึง มนุษย์เราคงไปถึงจุด balance ใหม่ ที่คงไม่เลวร้ายไปกว่านั้น
อาจมีระบบทางสังคมแบบใหม่ เพื่อแก้ปัญหาที่เราเองยังจินตนาการไม่ออก ด้วยวิธีที่เรายังจินตนาการไม่ออก
เหมือนคนยุคหินคนไหนจะคิดกัน ว่าในโลกหลังจากที่ตัวเองอยู่ซัก 5,000 ปี คนเราจะมีระบบเลือกตั้ง ระบบสภา ที่ใช้รถ ใช้เทคโนโลยีมาทำให้ระบบประชาธิปไตย์เป็นไปได้
ยุคที่งาน white labors 99.99% ของคนไปถึงจุดที่ถ้าใช้หุ่นยนตร์จะคุ้มทุนกว่า
เศรษฐกิจคงพัง แล้วซักวันมนุษย์คงปรับตัวได้ด้วยระบบหรือวิธีการบางอย่าง
คนในยุคเราได้แต่จินตนาการ เขียนนิยายถึงมัน ถึงระบอบการปกครองในอนาคต แต่ความแม่นยำก็คงพอๆ กับภาพเขียนที่คนยุค 1900 จินตนาการถึงโลกยุค 2000
ไอ้วิธีการเอาตัวรอดจาก crisis ที่ว่า
เสียดายที่เรา หรือแม้แต่คนรุ่นลูกหลานเราคงอยู่ไม่ทันได้เห็นคำตอบนั้น
created on: Thu Feb 05 2026