up:rantpinkmilk

draft 2

morphism? โอมากาเสะ อีสานกายะ

Any sufficiently advanced technology is indistinguishable from magic.

I’m not ever read his work nor ever watched Space Odysseas (yet). Although I agree with this rule, I also like to view that any fancy tech fields is also not stray so far from very underappreciate field like culinary arts.

“Any sufficiently advanced technology is indistinguishable from magic.}
— Arthur C. Clarke, author of 2001: A Space Odysseas

I’ve never read his work, nor have I ever watched Space Odyssey (yet). Although I agree with this quote, lately, I also like to (bonk myself to) view that any fancy tech fields does not stray so too far from a very underappreciate field like the culinary arts.

เกริ่น

ทรรศนะของข้าพเจ้าต่อการเรียนสาย tech ในระดับอุดมศึกษา และการสร้างผลงานในสายนี้
(อยากแบ็คอัพมุมมองตัวเองตอนนี้ไว้)

ตัดเรื่องความไฮป์ ทำอะไรรวยไม่รวย ตกงานไม่ตกงาน มั่นคงไหมออกไป
คนมาสมัครเรียนสายนี้ ก็เหมือนคนสมัครเรียนคณะ/สถาบันสายทำอาหาร

Know thyself

คุณลักษณะข้างต้นไม่ได้มีแบบไหนดีกว่ากันแบบ objectively (แปลไทยยังไงวะ)
แต่มันสำคัญมากๆ ต่อ career path ที่แฮปปี้
(ทรรศนคติเราเหมาะกับทำงานในร้านแบบไหน รังสรรค์เมนูแบบไหน)

บางร้านเน้น marketing ต้องการคนครัวที่ตาม trend tiktok ตาม hype ตลอด คนที่ไม่อินกับการต้องตามทุก hype คงอยากสูบบุหรี่
บางคนอาจโอเคกับ omakase เนี๊ยบๆ ทำวันละไม่กี่เมนู ขายคนไม่กี่คน แต่คุมทุกตาราง cm (นึกถึง specialized software)
บางคนอาจชอบทำข้าวราดแกง เน้นให้คนส่วนใหญ่ได้กิน

ที่เขียนไม่ใช่ต่อต้านการเรียนรู้ ว่าใครใคร่ทำแกงเผ็ด ทั้งชีวีก็จงทำแต่แกงเผ็ดเสีย เลิกเรียนรู้เมนูใหม่ๆ

แต่เป็นเรื่องทัศนคติ ที่ไม่ค่อยมีคนพูดถึงมันเท่าเรื่องทำเมนูไหนฮอต ขายคนได้เยอะกว่า
จะดีกว่าไหม ถ้าเราเข้าหา preference ตัวเองด้วยความซื่อสัตย์ และ skeptic เหมือนตอนตรวจสอบ กกต. หมั่นตรวจสอบตัวเอง กับลองอะไรใหม่ ๆ ว่าเราอยากรังสรรค์เมนูแบบไหนกันแน่
ซึ่ง preference พวกนี้มันเปลี่ยนกันได้อยู่แล้ว
ถ้าดูข่าว เราก็จะเห็นเชฟมาทำข้าวราดแกง
หรือคนทำข้าวราดแกงอยากทำขนม

Let them cook.

You don’t need to know everything

ยังไง point หลัก ๆ ของเนื้องานใด ๆ คือการแก้ปัญหาที่อิน
ทำเมนูที่อยากทำ ให้คนที่คุณอยากให้กินได้กิน ซึ่งคนที่ว่าอาจเป็นตัวคุณเอง(ประหยัดเงินจ้างคนอื่นทำให้ ไรงี้)

บางคนหรือตัวเราอาจมี mindblock ลึกๆ ที่ปฎิเสธการเรียนทักษะ, tool, theory เล็กๆ ของ field นึง (e.g. physics, maths, bio, ภาษาที่ 3, datasci, network, ช่างกล, …)
เพราะมองมันเป็นก้อนเดียวกับ expertise ที่ต้องเรียนตลอด 4 ปี แล้วมันดูน่ากลัว
แต่ก็เหมือนการทำกับข้าว

ไม่จำเป็นต้องเรียน le cordon bleu
ก็ฝึกทำข้าวไข่ดาวกินเองเพื่อประหยัดตังได้
ไม่จำเป็นต้องเรียนช่างกลก็ซ่อมมอไซค์ได้
ไม่จำเป็นต้องเรียนสายภาษาก็เขียนไดอารี่ได้
ไม่จำเป็นต้องเรียนสาย tech ก็ศึกษา coding, data ไว้ทำแอพเล็ก ๆ ใช้ในชีวิตประจำวันได้

การทำอาหารและเวทย์มนตร์

เราว่า tech ในยุค 2026 ถูก treat แบบแปลก ๆ
ในลักษณะที่เห็นคนไฮป์แบบขาดความเข้าใจกับ quantum ในสาย physics กับเรื่อง reverse aging ในสาย bio
ถูก glorified เพื่อเอาไปขายอะไรซักอย่างแบบ treat มันเป็น witch craft
Hype กับมัน แต่ปฎิเสธที่จะทำความเข้าใจ ว่าบางทีศาสตร์ใดๆ มันก็ล้วนมีกลไกแบบเหมือนทำกับข้าวนั่นแหละ


Points

draft 1

เรียนสาย tech มันยังไงกันแน่

ทรรษณะของข้าพเจ้า

ตัดเรื่องทำอะไรรวยไม่รวย มั่นคงไม่มั่นคงออกไป

เรียนสาย tech ก็เหมือนเรียนทำอาหาร

คุณลักษณะพวกนี้ไม่ได้มีแบบไหนดีกว่ากันแบบ objectively
แต่มันสำคัญมาก ๆ ในการเลือก careerpath ที่เหมาะกับตัวเอง

ไปทำงานแต่ละร้าน เขาก็คงให้ทำอาหารคนละสไตล์อะ

ไม่ใช่ต่อต้านการเรียนรู้ ว่าไม่ควรเรียนรู้เมนูใหม่ๆ ชอบทำแกงเผ็ดก็ทำแต่แกงเผ็ด

แต่เป็นเรื่องทัศนคติ

จะดีกว่าไหม ถ้าเราเข้าหา Preference ด้วยความซื่อสัตย์ และ skeptic แบบตรวจสอบ กกต. หมั่นตรวจสอบตัวเอง กับลองอะไรใหม่ ๆ ว่าเราอยากรังสรรค์เมนูแบบไหนกันแน่
ซึ่ง preference พวกนี้มันเปลี่ยนกันได้อยู่แล้ว
ถ้าดูข่าว เราก็จะเห็นเชฟมาทำข้าวราดแกง
หรือคนทำข้าวราดแกงอยากทำขนม

เมนูไหนคนปั๊มกันเยอะแบบโชคุปัง เมนูไหนล้นตลาดนั่นก็เรื่องนึง

Tech ถูก under represent, over represent
เหมือนสายชีวะ
สายฟิสิกส์ ที่พอคนเข้าใจมันน้อย ก็มองมันเป็น black box, เวทย์มนตร์

Whitebox, their underlying mechanism

created on: Sat May 23 2026